ราคาบนเมนูอาจดูตรงไปตรงมา จนถึงตอนชำระเงินที่มีรายการภาษี ค่าจัดส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเข้ามา หากต้องการเปรียบเทียบราคากัญชาในเมนูอย่างเป็นธรรม ให้มองราคาที่แสดงเป็นจุดเริ่มต้น ตรวจว่าราคานั้นรวมอะไรแล้วบ้าง เช็กค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แล้วเทียบยอดสุดท้ายของสินค้าและปริมาณแบบเดียวกัน กฎภาษีแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างจากรัฐหนึ่งจึงช่วยให้อ่านใบเสร็จได้ แต่ใช้เป็นสูตรสากลไม่ได้ [1]
เริ่มจากดูคำกำกับราคา
มองหาคำอย่าง “ก่อนภาษี” “รวมภาษีแล้ว” หรือ “ราคาสุทธิ” หากเมนูไม่ได้อธิบาย ให้ถามว่าราคาที่แสดงคือยอดที่ต้องจ่ายหรือไม่ โดยยังไม่รวมทิปที่เลือกให้ได้ ราคาที่รวมภาษีแล้วกับราคาก่อนภาษีไม่ควรนำมาเทียบกันโดยตรง แม้ตัวเลขจะเท่ากันก็ตาม
ตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 40 ดอลลาร์ที่บวกภาษีตอนชำระเงิน อาจมีราคาสูงกว่าสินค้า 40 ดอลลาร์ที่รวมภาษีไว้ในราคาแล้ว ส่วนต่างจริงขึ้นอยู่กับกฎของพื้นที่และยอดที่ต้องเสียภาษี อย่าประเมินจากเมืองใกล้เคียงหรือใบเสร็จเก่า เพราะการคิดภาษีอาจต่างกันตามเขตปกครองและเปลี่ยนแปลงได้ [1][2]
ทำความเข้าใจว่าภาษีที่เห็นคืออะไร
ใบเสร็จอาจแสดงภาษีเฉพาะสำหรับกัญชา ภาษีการขายทั่วไป ภาษีท้องถิ่น หรือหลายรายการรวมกัน ชื่อเหล่านี้หมายถึงค่าใช้จ่ายคนละประเภท และบางครั้งรายการ “ภาษี” เพียงบรรทัดเดียวก็อาจรวมหลายอย่างไว้ หากอ่านไม่ชัด ให้ถามร้านว่ารายการนั้นหมายถึงอะไร
รัฐนิวยอร์กเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพ กรมภาษีและการเงินของรัฐระบุว่าผลิตภัณฑ์กัญชาสำหรับผู้ใหญ่ได้รับยกเว้นภาษีการขาย ขณะที่ผู้ค้าปลีกต้องชำระภาษีค้าปลีกรวม 13% จากการขาย การจัดเก็บภาษีเฉพาะของรัฐนี้แสดงให้เห็นว่า การนำอัตราภาษีการขายทั่วไปที่คุ้นเคยมาบวกกับราคากัญชาในเมนูอาจทำให้คำนวณผิด และไม่ได้บอกว่าร้านใดแสดงราคาก่อนหรือหลังภาษี [1]
รัฐโคโลราโดแสดงให้เห็นว่าภาษีอาจมีหลายชั้น รัฐระบุภาษีสรรพสามิต 15% สำหรับการขายหรือโอนครั้งแรกจากสถานที่เพาะปลูกกัญชาเพื่อการค้าปลีกไปยังร้านค้าปลีกหรือสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์กัญชา และยังมีภาษีการขายกัญชาปลีกแยกต่างหากสำหรับการขายให้ผู้บริโภค เขตปกครองท้องถิ่นยังอาจจัดเก็บภาษีกัญชาของตนเองได้ ภาษีบางรายการเกิดขึ้นก่อนสินค้าไปถึงผู้บริโภค ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่าภาษีทุกรายการในข้อมูลสาธารณะจะถูกบวกเพิ่มจากราคาเมนูตอนชำระเงิน [2][3]
แยกค่าธรรมเนียมออกมาตรวจ
ภาษีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดรวม ก่อนสั่งซื้อให้ตรวจค่าจัดส่ง ค่าบริการ ยอดสั่งซื้อขั้นต่ำ หรือค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการชำระเงิน รวมถึงดูว่าส่วนลดหักก่อนหรือหลังคิดภาษี โปรโมชันอาจลดราคาสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายอื่นยังเท่าเดิม หากเปรียบเทียบหลายร้าน ให้ใช้ตะกร้าสินค้าแบบเดียวกันและจดไว้ด้วยว่ายอดที่แสดงรวมรายการเสริมที่เลือกได้หรือไม่
ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ สมมติว่าเมนูสองร้านแสดงสินค้าชนิดเดียวกันราคา 40 ดอลลาร์ ร้านหนึ่งคิดภาษี 5 ดอลลาร์และค่าจัดส่ง 4 ดอลลาร์ ส่วนอีกร้านแสดงราคา 44 ดอลลาร์ซึ่งรวมภาษีแล้วและไม่คิดค่าจัดส่ง ยอดชำระจะเป็น 49 และ 44 ดอลลาร์ตามลำดับ ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการคำนวณเลข ไม่ได้อ้างถึงอัตราภาษีหรือค่าธรรมเนียมจริงของเขตปกครองใด
เปรียบเทียบสินค้าให้ตรงกัน
ก่อนตัดสินใจ ตรวจขนาด ปริมาณ และดูว่าราคานั้นเป็นราคาต่อชิ้นหรือสำหรับแพ็กหลายชิ้น จากนั้นจดราคาที่แสดง วิธีคิดภาษี ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย และยอดสุดท้าย หากเมนูไม่ระบุรายละเอียดเหล่านี้ ให้ติดต่อร้านก่อนสั่งและถามยอดสุทธิสำหรับสินค้าตามตะกร้าที่เลือก
นิสัยง่าย ๆ นี้ทำให้เปรียบเทียบเมนูได้มีประโยชน์ขึ้น: ให้เทียบยอดที่ต้องจ่ายจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขเด่นที่สุดบนหน้าเมนู และหากเดินทาง ให้ตรวจภาษีและค่าธรรมเนียมของสถานที่นั้นโดยเฉพาะ เพราะกฎการชำระเงินในเมืองอื่นอาจใช้ไม่ได้กับที่นั่น [1][2][3]
